กุหลาบสีเหลืองของนายปลาทอง
วาเลนไทน์เพิ่งจะผ่านไป....... บางคนมีรอยยิ้ม บางคนร้องไห้ อาจเป็นเพราะว่าเสียดายเงินค่าขนมที่อุตส่าห์เก็บหอมรอบริบเอาไว้ สุดท้ายก็มีเหตุอันต้องต่อยกระปุกหมูหรือช้างออมสินก็ตาม (แล้วแต่อนุภาพความงกส่วนบุคคลซึ่งมักจะแปรผันตรงกับขนาดของกระปุก) มาซื้อช็อคโกเลตไปให้หนุ่ม หนุ่มเจ้ากรรมถ้าหากหล่อก็พอทน แต่ถ้าเป็นประเภทหัวล้านหัวถลอก
มันสมองระดับปลาทอง เดินสะดุดก้อนหินหน่อยก็ลืมไปแล้วว่าแฟนชื่ออาราย อันนี้มันช่างเหลือจะบรรยาย หรือหนุ่มบางคนอาจจะต้องถึงขั้นอดข้าวอดน้ำทั้งวัน แล้วกลับบ้านมานั่งกินผัดกระเพราพันปีกับไข่ดาวดำๆ เนื่องจาก ต้องตัดใจซื้อดอกไม้รวมถึงพาสาวไปเลี้ยงไอติม เนื่องจากความหวาดกลัวสาวเจ้าจะกระโดดทับ อันด้วยน้ำหนักมหาศาลที่คาดคะเนจากสายตาแล้ว คงไม่คุ้มกับเงินที่จะงกเอาไว้แน่ หากไม่มีดอกไม้นำทางมาก่อนพร้อมกับไอสครีม ไฮเก้นดัต มาเสนอคุณเธอล่ะก็ มีหวังตูข้าคราวนี้ คงแบนเป็นกล้วยทับแน่ๆ ดั้งจมูกก็ยิ่งจะไม่ค่อยมีกับเค้าอยู่ หัวก็ล้าน หน้าก็เหมือนลิง โอ้ยยย ประกวดดัชชี่บอยปีหน้ามันจะได้รับรางวัลชนะเลิศไม๊เนี่ย จึงจำต้องตัดใจควักเงินในกระเป๋าออกมา เหออๆๆๆๆ เอ้อ ก็ว่ากันไป๊คนเราเน้อออ.....
มีเพื่อนเป็นชาวโคลัมเบียคนนึงเค้าเล่าว่า ที่ประเทศของเค้านั้น อุดมไปด้วยดอกไม้ นานาประการถึงขั้นที่ว่าดอกไม้นั้นเป็นสินค้าส่งออกกันเลยเชียว เค้ายังบอกอีกว่าดอกไม้แต่ละชนิดนั้นมีความหมายของมันรวมไปถึงสีด้วย ยกตัวอย่างเช่น ดอกกุหลาบแดง เป็นสื่อแทนความรัก กุหลาบชมพูนั้น แสดงถึงมิตรภาพ แต่ว่าเค้าไม่ยักกล่าวถึงกุหลาบสีเหลืองว่าคืออะไร
แต่ก็ยังมีเพื่อนผู้หวังดีอีกคนกลัวเราจะคาใจกับดอกกุหลาบสีเหลืองที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน เพื่อนผู้หวังดีมันเลยช่วยให้ความกระจ่างว่า เออนี่แนะ กุหลาบเหลืองน่ะ ที่โรงพยาบาลเค้าบอกว่า เป็นตัวแทน ของผู้ป่ายโรคเอดส์ นะ อ้าวววว โอ้วววว
อืมมมม จ้า ขอบจายยมึงมากๆเลยนะ จริงๆมันจะหุบปากไว้ก็ไม่มีใครว่า (ขออภัยที่ไม่สุภาพ หากไม่อยากอ่านคำนี้อนุญาตให้ปิดตาได้)
อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด กุหลาบสีเหลืองของนาย ปลาทอง เป็นดอกไม้ที่สวยที่สุดในโลกเท่าที่เคยเห็นมา
จบการรายงาน เพราะต้องไปไถนาต่อแล้ว
